ขอเนียนมั่ง.....ได้เปล่า??

posted on 27 Jan 2012 14:43 by jintanaking
 
 
 
 
 
ก็อยากมีเรืองลงบล๊อกวันสุขมั่งอ่ะ
 

โชคดี โชคดี โชคดี

posted on 20 Jan 2012 22:29 by jintanaking
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

วันสุดท้ายของปี 2554

posted on 31 Dec 2011 05:36 by jintanaking
 
ไม่มีอะไรมาก แค่อยากมาสวัสดีวันสุดท้ายของปี 2554
 
 
แล้วก็สวัสดีปีใหม่
 
 
 
ไม่เจ็บ ไม่จน ทุกคนเลยนะคะ

วัน ซวย......2

posted on 14 Dec 2011 13:15 by jintanaking
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซวยมาก อีกเรื่องหนึ่ง......
 
รับโทรศัพท์จากเบอร์แปลกๆ..( อีกแล้ว) แล้วมันก็พูดเหมือนเดิมๆอีกแล้ว....
 
"คุณมียอดค้างชำระบัตรเครดิต........ฯลฯ ฟังซ้ำกด 0 ติดต่อ พนักงาน กด 9
 
แน่นอนค่ะ จขบ. กด 9 เพื่อต้องการจะด่า...จริงๆ เพราะจะเกลียดมากกับพวกหลอกลวง แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะด่ายังไงดี กำลังคิดคำด่าขณะที่รอพนักงานทางนั้นรับสาย
 
มันดันมารับสายเร็วกว่าที่เคย เลยคิดไม่ทันว่าจะด่ายังไง....
 
"ฮาโหล.....ฮาโหล....เสียงผู้หญิงรับสาย เสียงดังฟังชัด มีเสียงเหมือนอยู่ในออฟฟิต มีเสียงพูดคุย
 
"ฮาโหล...ฮาโหล....เสียงผู้หญิงคนนั้นย้ำ....ติดต่อเรื่องอะไรค้า.....
 
จขบ.กำลัง งงๆ เรื่องคิดหาคำที่จะด่าเขาอยู่ พูดออกไปว่า "ก็เห็นให้ติดต่อพนักงานเลย กดเข้ามา" ตอนนั้นมันนึกอะไรไม่ออกจริงๆ
 
"ไม่ทราบคุณทำธุระกิจเกี่ยวกับอะไรคะ" จขบ.ถาม ซึ่งจริงๆไม่รู้จะไปถามมันทำไม ซึ่งมันก็คงจับจุดได้มั้ง หรือคงเคยโดนชาวบ้านที่มันสุ่มไปหลอก ด่ามาเยอะมันเลยรู้ว่า...เสียงไหน... ฉลาด เสียงไหน...โง่
 
 
 
 
" อ๋อ..ทำธุระกิจเกี่ยวกับขายโลงศพค่ะ สนใจจะรับมั๊ยคะ" เสียงมันดังมาก...จขบ.ตกใจ เฮ้ย นี่เราจะด่ามันหรือมันจะด่าเรา (วะ)
 
"เอ้อ..ขอรับสัก 2 โลงนะคะ เอาไว้ใส่ พ่อกับแม่คุณ " พูดแบบธรรมดามาก เสียงไม่ดัง แต่ใจเต้นแรงมากเลย
 
แค่นั้นหล่ะค่ะ ยายคนปลายสาย ใส่เป็นชุด เสียงดังมาก แต่ไม่รู้มันพูดอะไร เพราะพอพูดเสร็จก็เอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู แต่ไม่ได้วางสาย ปล่อยให้มันพูดๆๆๆๆๆๆไป แล้วเราก็เดินไปขายของต่อ
 
เชื่อเถอะ...เราต้องได้ยินข่าวที่ชาวบ้านถูกหลอกให้โอนเงินไปอีกนาน....
 
 
 

วัน ซวย......

posted on 12 Dec 2011 14:26 by jintanaking
จริงๆเรื่องนี้ไม่ใช่ ซวย ที่ 1 แต่เป็น ซวย ที่อยากเล่าก่อน.....
 
วันนี้ ต้องไปธนาคาร...ดอกบัว...เพื่อฝากตังให้เสด็จเตี่ย ไปถึง จขบ.ยังไม่ได้กดบัตรคิว เดินไปเขียนในนำฝากก่อน พอเขียนเสร็จก็เจอป้าคนหนึ่งกำลังอยู่ที่เครื่องกด และกำลังสงสัยว่า กดตรงไหน จขบ.ก็กดให้คุณป้าก่อน โดยได้หมายเลย 095 แล้ว จขบ.ก็กดของตัวเองได้หมายเลข 096 สักพักเสียงอัตโนมัติก็เรียกเบอร์คุณป้าให้ไปดำเนินการ....ใช่ค่ะ...ดิฉันจะ เป็นรายต่อไปที่จะได้ใช้บริการของแบงค์นี้
 
แต่.......
 
มี ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งข้างๆ จขบ. โดยที่เจ้าหล่อนไม่ได้ กด บัตรคิวแต่อย่างใด....พอป้าคนนั้นเสร็จ ข้าพเจ้าก็เตรียมจะไปที่เคาน์เตอร์ ถ้ามีเสียงเรียก.....แต่......
 
 
นัง ผู้หญิง (ตอนนี้ต้องเรียก นัง) ลุกขึ้นพร้อมกับยกกระเป๋าผ้าใบใหญ่ไปด้วย หล่อนเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ที่มีพนักงานทำอยู่แค่คนเดียว ย้ำคนเดียว นอกนั้นกำลังหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่....
 
ไอ้ เราก็คิดว่า พนักงานขายเครื่องสำอางค์หรือไม่ก็ขายของอื่น เอาของมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคาร ก็ใจเย็นไม่ว่ากัน เดี๋ยวคงเสร็จ แต่......เจ้าหน้าที่ธนาคารกุลีกุจอเอาใบนำฝากมาให้ หล่อน เขียนถึงเคาน์เตอร์ และได้ยินเสียงเครื่องนับเงินทำงาน
 
นี่เราโดนแซงคิวรึนี่.....เสียงเครื่องนับเงินยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป....พรื้ดๆๆๆๆๆๆๆๆ นานมาก เพราะเงินเยอะมาก 
 
ตอน นี้มีผู้ชายมาดเสี่ยคนหนึ่งเดินเข้ามาและ กด บัตรคิว มีเจ้าหน้าที่ผู้ชายคนหนึ่งวิ่งถลาออกมาจากห้องของตัวเองที่เขียนไว้ว่า ผู้จัดการ พร้อมกับพูดกับผู้ชายมาดเสี่ยว่า
 
" กดทำไมครับ..ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการให้ "
 
ณ.ตอน นี้ จขบ ลุกขึ้นเตรียมขย้ำทันที ตาเริ่มขวาง ลมเริ่มออกหูนิดๆ.....อะไรวะ พอดีกะน้องสะไภ้โทรมาหาขอให้ซื้อของให้ แต่น้องสะไภ้ก็จับน้ำเสียงไม่สู้ดีของ จขบ.ได้ ถามว่าเป็นอะไร ? จขบ.ก็ได้ที เดินไปตรงเคาน์เตอร์ที่ นัง ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ พร้อมพูดว่า
 
" กำลังอารมณ์ไม่ดี  เนี่ยพี่อยู่ธนาคาร.....คนมันเสือกแซงคิว รอนานมาก ยังโดนแซงคิวอีก"
"อ้าวทำไมพี่ไม่บอกหนูว่าพี่จะไปธนาคาร....เดี๋ยวหนูจัดการให้ แค่นี้นะพี่" แล้วน้องสาวก็วางหูไป
 
แป๊บ เดี๋ยว จขบ.ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่วิ่งไปหาเสี่ยนั่น ดังขึ้น อีตาผู้จัดการคนนั้นรับ พร้อมกับเดินไปมาแล้วพูดว่า "อยู่ไสหล่ะ สิเห็นบ่น้อ เออๆเดี๋ยวข้อยสิจัดการให้"
 
( อดขำไม่ได้ตั้งแต่ได้ยินคำแรกว่า อยู่ไสหล่ะ แล้วแต่แสดงออกไม่ได้เดี๋ยวเขาไม่รู้ว่าโกธร)
 
"ใคร ชื่อ จินตนา ครับ" ตาผู้จัดการตะโกนถาม...เรายกมือเพื่อแสดงว่า..ชั้นยืน (หัวโด่) อยู่ตรงนี้ (จริงชาวบ้านเขานั่งกันอยู่เพียบ จินตนาก็นั่งครับตอนแรก แต่พอเจอแซงคิว นั่งไม่ได้ ยืนหน้างอ คอหัก ให้มันเด่นไปเลย) ตาผู้จัดการเดินมาหาแล้วเอาสมุดฝากที่เราถืออยู่ไปอีกช่องที่พนักงานกำลัง คุยกันอยู่ (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ลูกค้าเยอะ แต่พนักงานธนาคารทำเป็นทองไม่รู้ร้อน)
 
"วันหลังมาหาผมเลยนะครับ"
 
"อ๋อ...ขอบคุณค่ะ แต่..... (จขบ.อึดอัดนะ อยากโวยตอนนั้นเลย แต่ยังให้เกียรติตาผู้จัดการอยู่บ้าง)
 
"ขอ ทำตามคิวนะคะ" เราบอกกับผู้จัดการ ขณะที่ นัง ผู้หญิงคนนั้นเสร็จพอดี เราก็เลยเดินเอาเอกสารเข้าไปวางที่เคาท์เตอร์เดิม.... ทำให้พี่เขาหน่อยนะ...ผู้จัดการพูด (จะบอกทำไมเนี่ย ถึงคิวตรูแล้ว มันก็ต้องทำสิ...วะ) เรายังไม่ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ แต่ถามว่า
 
"คุณคะ ผู้หญิงคนเมื่อกี้มีบัตรคิวหรือเปล่าคะ" ....เห็นมั๊ยถึงจะอยู่บ้านนอก ก็พอจะมีสมบัติผู้ดีเหมือนกันนะ
 
"มี ค่ะ" เจ้าหน้าที่ตอบ....แค่นั้นหล่ะคะ สมบัติผู้ดีที่พอมีอยู่บ้างในตัว จขบ หายไปทันที วางมือเสียงดัง (เน้น..วางมือเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ตบโต๊ะ)
 
" ชั้น...พร้อมกับชี้ที่ตัวเอง เป็นคนกดบัตรคิวให้คุณป้าคนก่อน ได้คิวที่ 095 แล้วชั้นก็ได้คิวที่ 096 แล้วผู้หญิงคนนั้นคิวที่เท่าไหร่".....เสียงไม่รู้ดังหรือเปล่านะคะ รู้แต่ว่า ลมมันออกหู แล้วก็รู้สึกว่าสายตาของตาสี ตาสา ยายมา ยายมี จ้องมาที่อีชั้นเป็นตาเดียว
 
"ขอ โทษค่ะ" เจ้าหน้าที่บอก....สมบัติผู้ดีของ จขบ.เริ่มบอกว่าอย่าไปว่าเขาเลย สงสารเขา ซึ่ง จขบ.ก็เกือบจะเห็นด้วย....... ถ้า........เจ้าหน้าที่ไม่พูดต่อไปว่า "ก็เขาเป็นลูกค้า"
 
"อ้าว !!!!!!! แล้วที่นั่งหัวหงอก หัวดำ รออยู่เป็น ชม เนี่ย ไม่ใช่ลูกค้าเหรอ".....
 
"พี่เข้าใจนะ ว่าลูกค้าพิเศษของเรา เงินเยอะ เราถึงต้องบริการเขา แต่ทำไมมาทำกับลูกค้าคนอื่นแบบนี้"
 
"งั้น เราจะมีเครื่อง กดบัตรคิวไว้ทำซากอะไร ถ้าคิดจะบริการลูกค้ารวยๆ นู่นเลยค่ะน้อง ทำช่องขึ้นมาใหม่ แล้วก็ไปบริการกันเลย แต่อย่ามาทำแบบนี้"
 
"พี่ เข้าใจนะเงินของพี่ที่เอามาฝากวันนี้มันน้อยกว่าของกองนั้น ( มันน้อยจริงๆนั่นหล่ะ เงินของผู้หญิงคนนั้น กองประมาณ 1 ศอกได้ มีอยู่ประมาณ 10 ตั้ง) แต่..กฏที่น้องตั้งกันขึ้นมาให้ใช้ แล้วทำไมน้องมาทำลายกฏเสียเอง"
 
อีตาผู้จัดการยืนทำตาปริบๆ "ขอโทษครับ ขอโทษครับ คราวหลังมาหาผมเลยนะครับ"
 
อ้าว เฮ้ย ที่ตรูพูดไปป่าวๆเนี่ย ไม่เข้าหูพวกนี้เลยเหรอฟระ  คราวหน้าถ้าตรูมาหาผู้จัดการ แล้วมันจะต่างอะไรกับครั้งนี้ อาจจะต่างตรงที่ ไม่มีตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ไม่ลุกมาโวยวายเพราะโดนละเมิดสิทธิ์
 
"พี่จะบอกว่า พี่จะไม่โกธรเลยถ้า คนเยอะและทุกคนก็มีบัตรคิว " จริงต้องการ ด่า ตาผู้จัดการมากกว่า
 
กลับมาบ้าน...เป็นเรื่องให้ทุกคนที่บ้านขำกัน...เพราะ จขบต้องแสดงท่าทางให้เหมือนกับตอนที่อยู่ธนาคาร...พร้อมกับพูดกับเสด็จเตี่ยว่า
 
" เนี่ย ถ้าเป็นบัญชีหนูเองนะ หนูปิดบัญชีเดี๋ยวนั้นเลย...จริงๆ"
 
 
 
อยาก รู้จัง ไม่ได้มีอคติอะไรกับธนาคารนี้นะ แต่ทุกๆสาขาของธนาคารนี้ บริการคล้ายกันหมด อยากรู้จัง พวกเขาไม่เคยไปใช้บริการของธนาคารอื่นกันเลยเหรอ น่าจะให้เป็นการบ้านให้ผู้จัดการสาขา ส่งพนักงานไปดูว่า พนักงานที่อื่นเขาทำงานกันอย่างไร ไม่ต้องไปไกล ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือกสิกรไทยก็ได้ เข้าไปสองแห่งนี้แล้วรู้สึก  ดี
 

 

สวัสดีคนดองปล๊อก

posted on 24 Nov 2011 08:36 by jintanaking

 ขออนุญาตมาก่อนนัดนะคะ เพราะวันพรุ่งนี้อีชั้นจะไปหวาดหวั่นอยู่ที่ไหน เลยรีบลงก่อน

วันนี้เรามีนัดกันใช่เปล่า...ได้ยินเสียงคุณตูดเป็ด ตีเกราะ เคาะไม้เรียก เลยแวะมาดู จะบอกว่าวันนี้ (ศุกร์ที่ 25 พย 54) กำลังอยู่ที่ลังกาวีค่ะ....
เล่าเรื่องสั้นๆดีกว่า ( แต่จริงๆมันยาวมาก....) เรื่องผจญภัยที่สุวรรณภูมิ
   ซื้อตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย เครื่องออกที่ดอนเมือง 7 โมงเช้า....ตามแผนเดิม
แต่.............
น้องน้ำมาเที่ยวดอนเมืองซะก่อน คิดว่า สายการบินที่ไว้วางใจจะไม่มีปัญหา แต่เพื่อความไม่ประมาท โทรไปยืนยันสักหน่อย คำตอบคือ ที่ใหม่ เวลาเดิม....ที่ใหม่คือ สุวรรณภูมิ เวลา 7 โมงเช้าเหมือนเดิม ไม่ได้เช็คคนเดียวนะ โทรไปเช็ค 2 คน คำยืนยันก็คือ โอเคตามเดิม.....
(สายการบินที่ซื้อตั๋วจะเปลี่ยนสายการบินให้ เพราะเที่ยว 7 โมงที่สุวรรณภูมิไม่มี )
ให้ตายเถอะ...ตอนมาเช็คอิน นัง ( จริงๆน้องเขาเป็นผู้จายนะ) ที่เคาร์เตอร์บอกว่า คุณต้องไปเที่ยวบินเวลา 9 โมงเช้า.....ป้าดดดดดดดดดดดดดดด
ไปที่เคาร์เตอร์ของสายการบินนั้น (มัน)พูดดีมากกกกก....จนด่าไม่ลง เพราะคิดอีกที เขาก็ไม่รู้เรื่องอะไร เขาพยายามจะเปลี่ยนสายกรบินให้ แต่ทุกเคาร์เตอร์ปิดไปหมดแล้ว
สรุป.....ตรูต้องรอเที่ยวบิน 9 โมงจริงๆ
วันนั้นทั้งวันได้รับโทรศัพท์....ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ  ทางคอลเซ็นเตอร์ก็โทษทางสนามบิน ว่า ส่ง Fax มาแล้ว แล้วไม่ดำเนินการ ส่วนอีทางสนามบิน ก็โทษทางคอลเซ็นเตอร์ว่าไม่ได้แจ้งอะไร...????????
จะจำไว้.......อีนกนะอีนก......อุตส่าห์ไว้วางใจ
ไว้กลับมาก่อนนะค่อยลงรูปให้ดู....เพราะอีชั้นมิสามารถเลยค่ะ เรื่องไฮเทคนี่ไม่สามารถจริงๆ

ม่ายรู้...ร อ ย อ ะ ไ ร้ ....

posted on 12 Nov 2011 13:00 by jintanaking
 
เรื่องมีอยู่ว่า.....
 
 กำลังขายของอยู่น้องสาวโทรมาเรียกให้ไปที่ปั๊มน้ำมัน เราก็คิดว่ามีอะไรหรือเปล่า..แต่ก็รีบไป จากร้านไปที่ปั๊มเดินไม่ถึง 20 ก้าว
 เอ๊ะ.....ทำไมคนเพียบเลย มีป้าคนหนึ่งตะโกนบอกว่า "เร็วๆรีบเดินหน่อย เขาจะรวยกันหมดแล้ว" เราก็ งงๆ แล้วทุกคนก็รุมอยู่ที่เจ้าวีโก้แชมป์
 
 
 
ดูทุกคนเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่อยู่บนหลังคาปิคอัพคันนี้มาก บางคนก็ถ่ายรูป บางคนก็ยกมือไหว้ บางคนก็จับกลุ่มคุยกันถึงที่มาที่ไปของสิ่งที่อยู่บนหลังคารถ
 
 
เจ้าสิ่งที่อยู่บนหลังคาก็คือ.....
 
 
เป็นรอยคล้ายสัตว์เลื้อยคลานประเภท งู หรือไม่ก็ ตะขาบ
 
 
เตี่ย น้องชาย จขบ. เชื่อว่า มันเกิดจากสัตว์เลื้อยคลาน เพียงแต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่จะเดาว่าเป็น งูเหลือม หรือตะขาบ แต่ จขบ.ก็แอบคิดในใจว่า ถ้าเป็นตะขาบมันคงเป็นตะขาบยักษ์
 
ส่วนแม่ กับน้องสาว ก็จะคิดเหมือนชาวบ้านที่มามุงดูว่า...มันคือรอย...พญานาค
 
 
 
 
มันทำให้นึกถึงเวลาดูข่าวก่อนวันหวยออก จะมีข่าวประมาณนี้...ก็จะมีคนมาจุดธูปกราบไหว้กัน จขบ.ดูแล้วก็ได้แต่ขำๆ แล้วก็คิดว่า..คนเราเนี่ยอยู่ได้เพราะความหวังจริงๆ
 
แล้วก็เคยคิดว่า...เป็นไปไม่ได้ที่รอยพวกนี้จะเกิดขึ้นมาเองได้ นอกเสียจาก มีคนทำมันขึ้นมา
 
แต่พอมาเจอกับบ้านตัวเอง ก็ยกเลิกความคิดนั้นเลย เพราะที่บ้านจะไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้นัก 
 
นึกขำเหมือนกัน ข่าวแบบนี้ไปเร็วมาก ผู้คนในหมู่บ้านมากันเพียบ พยายามดูกันว่า มันคือรอยอะไร 80% ของคนที่มาดู สรุปว่า คือรอยพญานาค
 
 
 
วันนั้น จขบ.มีธุระจะต้องไปซื้อของในเมือง แต่กว่าจะไปได้ก็รอให้คนที่มาดูรอยประหลาดนั่นกลับกันก่อน น้องชายก็จะต้องทำงานที่ลานมัน เลยบอกว่า ถ้าใครจะดู ให้ไปดูที่ลานมัน จขบ.ก็เอารถปิคอัพคันเก่าไป
 
ระหว่างขึ้นของอยู่นั้น พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นบนหลังรถ มีรอยเหมือนบนหลังคาวีโก้เลย แต่รอยใหญ่กว่า แล้วก็พอจะมองออกว่าเป็นรอย ท้องของงูตัวใหญ่ๆ....ก็เลยโทรกลับมาบอกน้องสาวกับเตี่ย
 
555555 น้องสาวบอกว่า..เฮ้ย กลับมาดีๆนะอย่าให้รอยลบนะ อยากดู ก็เลยถามน้องว่า "แล้วถ้าฝนตกหล่ะ" น้องบอกว่าทำยังไงก็ได้อย่าให้รอยหาย....
 
ขากลับ..น้องชายได้เห็นรอยบนอีซูซุก่อน น้องก็บอกว่า..งู แล้วน้องก็พูดขึ้นมาว่า
 
"เดี๋ยวจะล้างแล้ว งานการไม่ได้ทำเลย คนแม่งมาดูเยอะเกิน"
 
จขบ.ก็ปากเปราะ บอกน้องว่า " เฮ้ย..เตี่ยบอกว่า เก็บรอยตะขาบเอาไว้"
 
จะบอกว่า...ไม่ถึง 5 นาที ท้องฟ้าที่เป็นฟ้าไม่มีเมฆหมอกเลย อากาศร้อนมากๆ กลับเปลี่ยนไปทันที ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตา ตกหนักมาก ตกสักครึ่ง ชม.ได้
 
ทุกคนมองหน้ากัน แต่ก็ไม่พูดอะไร....รุ่งขึ้นอีกวัน น้องสาวก็บอกว่า จากการถามคนที่มาซื้อของ หมู่บ้านอื่นไม่มีฝนตกเลย น้องสาวพูดว่า
 
" เห็นมั๊ย พญานาคเขาเล่นน้ำ"
 
จขบ.ตอบน้องว่า....ไม่รู้สิ เกิดมาไม่เคยเห็นตัวพญานาคสักที"
 
 
 
 
 
อ้อ...ลืมไปลืมเอาทะเบียนรถมาฝาก.....อิอิ
 
 
 
อ้อ...ลืมเล่า ก่อนที่จะเห็นรอยประหลาดนี้ ที่ลานมันตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่ด้วย..ศาลใหญ่มากแถมสวยด้วย
 
 
 
    
 
 
 
 
เมื่อเรารู้เป็นอย่างดีว่า วันหนึ่งเราจะต้องตาย ทำอย่างไรเราจะใช้ชีวิตให้คุ้ม ทางที่ถูกก็คือ ต้องใช้ชีวิตดั่งหนึ่งวันนี้เป็นวันสุดท้ายของวันที่เหลืออยู่ ถ้าเราคิดอย่างนี้ เราจะไม่ประมาท ในทุกเรื่องที่คิด ทุกกิจที่ทำ ทุกคำที่พูด แล้วก็ทุกครั้งที่เคลื่อนไหว
 
 
 
จากหนังสือ "หนึ่งคนตาย ล้านคนตื่น" ของท่าน ว.วชิรเมธี
 
 
 
 
 
 
 

ไอ้หมา.....บ้า

posted on 26 Sep 2011 12:21 by jintanaking
 
 
 
 
 

 
 
 มันน่า......ซะทีหนึ่ง  อิอิ
 
 
 

 

“ยางลบกับดินสอ..การให้อภัย”   

            นานมาแล้ว ดินสอเป็นเพื่อนกับยางลบ ทั้งคู่ไปไหนมาไหนด้วยกัน ทำอะไรด้วยกัน หน้าที่ของดินสอก็คือเขียน  

   
            มันจึงเขียนทุกที่ทุกอย่างเสมอตลอดเวลาที่อยู่กับยางลบ หน้าที่ของยางลบก็คือ “ลบ” มันจึงลบทุกอย่างที่ดินสอเขียน 


            ทุกที่ทุกเวลา เวลาผ่านไปนานหลายสิบปี ทุกอย่างก็ยังดำเนินเหมือนเดิมเรื่อยมา..
            จนกระทั่งดินสอเอ่ยกับยางลบว่า  

            ดินสอ “เรากับนายคงอยู่ด้วยกันไม่ได้แล้ว”

            ยางลบ “ทำไมล่ะ?” 

            ดินสอ “ก็เราเขียน.. นายลบ.. แล้วมันก็ไม่เหลืออะไรเลย” 

            ยางลบ “ก็เราก็ทำตามหน้าที่ของเรา.. เราไม่ผิดนี่” 
             
            ทั้งคู่จึงแยกทางกัน

            ดินสอ พอแยกทางกับยางลบ มันก็ดีใจที่สามารถเขียนอะไรได้ตามใจมัน แต่พอเวลาผ่านไป.. มันก็เริ่มเขียนผิด ข้อความสวยๆ ที่มันเคยเขียน ก้อสกปรก มีแต่รอยขีดทิ้งเต็มไปหมด มันคิดถึงยางลบจับใจ..
 
            ฝ่าย ยางลบ พอแยกทางกับดินสอ มันก็ดีใจ..ที่ตัวมันไม่ต้องเปื้อนอีกต่อไป พอเวลาผ่านไป มันกลับใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า เพราะไม่มีอะไรให้ลบ มันคิดถึงดินสอจับใจ..
 
 
   เมื่อทั้งคู่คิดได้ดังนี้ จึงตัดสินใจ..กลับมาอยู่ด้วยกันใหม่

            คราวนี้..ดินสอเขียนน้อยลง เขียนแต่สิ่งที่ดีๆ ส่วนยางลบก็ลบเฉพาะที่ดินสอเขียนผิดเท่านั้น

            ถ้าเปรียบการเขียนเป็น “การจำ” ดินสอในตอนแรกก็จำทุกเรื่อง ทั้งเรื่องดีและไม่ดี แต่พอเปลี่ยนไป มันก็หัดจำแต่สิ่งที่ดีๆ เท่านั้น
 
 
 
 
 
 
ส่วน การลบ..เปรียบเหมือน “การลืม” ยางลบในตอนแรก..ลืมทุกอย่างทั้งดีและไม่ดี แต่ทุกครั้งที่มันลืมเรื่องดี ตัวมันก็จะสกปรก แต่ตอนหลังมัน "เลือกลืมแต่เรื่องที่ไม่ดี ก็คือการให้อภัยนั่นเอง" ฉะนั้นการเปรียบเทียบการเดินทางของทั้งคู่ดุจมิตรภาพ คือ การ"จำแต่สิ่งที่ดีๆ & ลืมในสิ่งที่อาจผิดพลาดบ้าง "
 
 
 
 
 

            ในระหว่างทางแห่งมิตรภาพ.. ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในรูปแบบไหนก็ตาม มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดีที่จะผ่านเข้ามา
             อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการร่วมทางกันในทางแห่งมิตรภาพนั้นก็คือ การเลือกจำแต่สิ่งที่ดีๆ และลืมในสิ่งที่ควรลืม ซึ่งก็คือการให้อภัยนั่นเอง.. ..

 

 

 

เข้าไปอ่านเจอในโอเคเนชั่น เขียนโดยคุณ sdcenter เลยขอเขาเอามาให้เพื่อนๆอ่านกัน จะได้รู้สึกดีๆเหมือนกันค่ะ

แต่ในชีวิตจริง ถ้าเจอดินสองี่เง่า หรือเจอ ยางลบถือดี ก็ไม่แน่ใจว่าจะให้อภัยได้เปล่า...