รู้จักพ่อน้อยไป

posted on 25 Nov 2009 11:19 by jintanaking

 

อย่ากลัวคำขู่ที่ว่า " ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" อยู่อีกเลย วลีนี้ได้ มัดตราสัง สติปัญญาหรือจิตวิญญาณของสังคมไทยให้กลายเป็นสังคมที่ง่อยเปลี้ยเสียขาทางปัญญามานานแล้ว มาถึงยุคสมัยของเรา เราควรจะลุกขึ้นมาปลดตราสังนี้ทิ้งไป

 

สิ่งใดที่เราไม่เชื่อ เราก็ไม่ควรจะพอใจแค่ปล่อยให้สิ่งนั้นกลายเป็นความลึกลับดำมืดอยู่ต่อไป แต่ควรตั้งคำถามว่า สิ่งนั้นมีประวัติพัฒนาการมาอย่างไร ทำไมจึงเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือจิตใจคนได้มากมายนัก

 

ขอเพียงเรารู้จักตั้งคำถามว่า "ทำไม" อวิชชา จะกลายเป็น ปัญญา ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย 

 

 

พ่อของเราชาวพุทธศาสนิก

ใช่ปลัดขิกขนาดเขื่องเรื่องโมหันธ์

พระราหูพระพรหมโอมอ่านยันต์

มิใช่ชั้นมิใช่เชื้อเนื้อพุทธา

 

จตุคามจตุกรอกที่กลอกกลิ้ง

ตะกรุดยิ่งแปลกปลอมย้อมตัณหา

น้ำมนต์มันน้ำหมากขากถุยทา

สันดานกาทั้งเพเล่ห์ปลวกปลอม

 

ดึงฟ้าสูงลงต่ำขยำขยี้

พุทธปนผีไสยเวทเดชขุนขอม

รุ้งกินน้ำบนฟ้าบ้าสมยอม

พากันค้อมหัวให้ไหว้วันทา

 

น่าสมเพชเวทนาสานุศิษย์

พลอยบูชิตพาลชนคนบาปหนา

ยกเป็นพ่อเป็นครูกันตรูตรา

แท้คือกาคอยกัดกินแผ่นดินไทย

 

วันนี้ได้หนังสือของท่าน ว.มาอีกหนึ่งเล่ม เล่มนี้ออกมาตั้งแต่ต้นปีแล้วหล่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสได้มา ยังไม่ได้อ่านข้างในมากนัก ชอบอ่านหน้าปก หลังปก คำนำ ประมาณนี้ก่อน ถ้าอ่านข้างในแล้วชอบเรื่องไหนมากๆจะเอามาเล่าให้ฟัง

 

สงสัย

posted on 24 Nov 2009 18:38 by jintanaking

 

 

สงสัยขึ้นมาเมื่อได้ไปเที่ยววัดมา 2 ที่ 2 จังหวัด แล้ว 2 วัดก็เคยเขียนเล่าไปแล้วในบล๊อกนี้  แต่วันนี้จะเล่าถึงความสงสัยของตัวเอง

 

วัดแรกที่ไป แต่ยังไม่เกิดการสงสัยคือ วัดที่คำชะโนด อยู่ที่จังหวัดอุดรธานี ที่บอกว่ามีพญานาค ตอนที่เข้าไปถึง บ่อน้ำที่มีกำแพงสูงประมาณหน้าอกล้อมรอบ บ่อไว้ แล้วก็จะมีข้อความเขียนบนผืนผ้าแผ่นใหญ่ไว้ว่า

= ห้ามโยนเหรียญลงในบ่อนี้ ถ้าไม่เชื่อจะทำให้ชีวิตมีอันเป็นไป = อะไรประมาณนี้ แต่เท่าที่สังเกตุรอบๆบ่อ ก็มีเหรียญบ้างนะ

 

วัดที่สอง เกิดอาการสังสัยทันที เมื่อเห็นภาพนี้

 

เป็นไง สงสัยกันมั๊ยค่ะ

อ้อลืมไปวัดนี้ก็วัดสรพงษ์ที่เล่าไปครั้งก่อน ที่สีคื้ว โคราชไง

 

 

ถึงเวลาที่ต้องเลือก

posted on 22 Nov 2009 14:08 by jintanaking

 

 

ถึงเวลาที่ต้องเลือกจริงๆซะแล้ว เริ่มสับสน มึนงง วุ่นวาย จิตไม่นิ่ง

สืบเนื่องมาจาก กฎหมายที่เปิดใช้ตั้งแต่ปีที่แล้ว ว่าด้วยเรื่อง กิจการปั๊มน้ำมันห้ามขายเครื่องดืมที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด แต่ที่บ้านต่างจังหวัดก็ได้รับการยืดหยุ่นมาตลอดปี พอมาปีนี้เจ้าหน้าที่บอกว่า ไม่ได้แล้ว ต้องแยกกันขาย

 

เอาสิ..ทำไงดี...แล้วเรื่องนี้ก็มาเกี่ยวกับข้าเจ้าโดยตรง เพราะตัวคนที่จะต้องไปขายต่อไปคือข้าเจ้าเอง นี่หล่ะคือหัวข้อของ entry นี้ว่า "ถึงเวลาที่ต้องเลือก

 

ถ้า.......

 

เราไปอยู่ต่างจังหวัด ก็ต้องตัดทางนี้ไปเลย นานๆคงจะได้มาทางนี้สักครั้ง

< เราจากบ้านเกิดเมืองนอนมาตั้งแต่เด็กๆ มาอยู่เมืองฟ้าอมร จนถึงปัจจุบันยังไม่เบื่อเหรอ

 

เราไปอยู่ต่างจังหวัด ต้องไม่ได้ไปเที่ยวตามที่เราชอบได้เลยนะ เพราะคงปิดร้านไม่ได้

< เราก็เที่ยวมาเกือบหมดแล้วนี่ เหลือแต่ ปัตตานี นราธิวาส ยะลา ยังจะเที่ยวอะไรอีก

 

เราไปอยู่ต่างจังหวัด ต้องดำแน่ๆ เพราะที่ปราจีนแดดแรงมาก

< ยังกะตัวเองขาวตายเลย  แล้วถึงไปเขาก็ไม่ให้ไปอยู่กลางแดดสักหน่อย

 

ถ้าเราเลือกไม่ไปหล่ะ

< จะบอกเหตุผล เตี่ยกะแม่ยังไงดี

< จะไม่ยอมช่วยเหลือสิ่งเล็กๆน้อยๆให้เตี่ยกะแม่สบายใจเลยเหรอ

< จะปล่อยให้เตี่ยกะแม่แก่ๆวิ่งไปวิ่งมา ร้านนู้นที ร้านนี้ทีเหรอ

 

 

อ่านหนังสือเอย อ่านบล๊อกของ exteen เอย ที่เขียนถึงพ่อแม่ยามแก่เฒ่า ก็คิดไปคิดมา วนไปวนมา  มาสะดุดกับที่ว่า พ่อแม่จะอยู่กับเราอีกนานเท่าไหร่ ตอนนี้มีเวลาที่เราทดแทนบุญคุณได้ก็ให้รีบทำ เดี๋ยวเมื่อคิดได้จะสายเกินไป แล้วมาต่อว่าตัวเองว่า "รู้งี้ตอนนั้นทำแล้ว" ซึ่งมันก็สายไปเสียแล้ว

 

แล้วเพื่อนหล่ะ...คิดยังไง

ถ้าถึงเวลาต้องเลือก

 

 

 

คิดแบบนี้จริงๆ

posted on 20 Nov 2009 20:26 by jintanaking

 

 

วันนี้รู้สึกภูมิใจตัวเองจัง  มันมีสาเหตุมาจาก วันนี้พูดเล่นกับเพื่อน ก็ถามสารทุกข์กันธรรมดา มีอยู่ช่วงหนึ่งเราก็บอกเพื่อนว่า

 

" เนี่ยชั้นจะไปเสื้อแดง เธอมีเสื้อแดงให้ชั้นยืมมั๊ย"

 

"จะบ้าเหรอเธอ  แต่เขามีรวมพลกันอีกเหรอ"

 

"เมื่อเช้าฟังข่าวแว่วๆ ว่างั้น เลยต้องไปซะหน่อย เดี๋ยวจะว่าชั้นไม่เป็นกลาง"

 

เพื่อนมันก็รู้ว่าเราพูดเล่น  เพื่อนพูดต่อว่า

 

"ถึงว่า เมื่อกี้โทรหาเพื่อนๆเล่าให้ฟังว่า เมื่อคืนไปงานเลี้ยงมา"

 

"เลี้ยงอะไรเหรอ"

 

"ก็พวกเสื้อแดงเลี้ยงไง"

 

"อ๋อ"

 

"มันยังฝากบอกเธอว่า  คนอย่างเธอเห็นแก่คนหล่อ อย่างอภิสิทธิ์"

 

"ไรวะ...ไม่เกี่ยวเลย"  แต่เริ่มหงุดหงิดแล้ว ใจเริ่มไม่สงบ  ช่างมัน ช่างมัน ช่างมัน ท่องไว้ๆ

 

แต่อีกใจก็แบ่งคิด แล้วนึกขึ้นมาได้ประโยคหนึ่ง ก่อนจะพูดกับเพื่อนฝากไปบอกเพื่อนอีกที

^_^ ฝากบอกมันด้วยนะ ชั้นเห็นแก่คนหล่อ ก็ยังดีกว่า คนเห็นแก่กิน ^_^

^_^ พอวันที่เขาประท้วงกัน ก็เคาะกะลาเรียก ^_^

 

แต่อันหลังเนี่ยไม่ได้พูด เพราะคิดว่ามันแรงไป 

 

สงสารเธอประเทศไทย  สงสารพ่อหลวง ที่มีคนคิดแบบนี้กัน บอกว่ารัฐบาลจะไม่ได้ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุขแน่

 

เฮ้ย....ประชาชนตาดำๆ อย่างข้าโว้ย....ไม่ใช่รัฐบาล

 

ยังจำปีก่อนกันได้เปล่า ระเบิด 8 แห่งในกรุงเทพ จะบ้า.... 

 

 

 

 

 ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร ต้องเอาหนังสือ ธรรมะเข้ากลบเกลื่อน บ่อยๆ ประมาณเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ก็ยังไม่ได้เข้าไปอ่านเป็นจริงเป็นจังสักที ติดอยู่ปกหลังของหนังสือเล่มนี้ เลยเอาฝากซะเลย

 ท่าน ว.วชิรเมธี ท่านเขียนไว้ว่า

 

สิ่งที่เธอควรมี  "สติปัญญา"

สิ่งที่เธอควรแสวงหา   "กัลยาณมิตร"

สิ่งที่เธอควรคิด    "ความดีงาม"

สิ่งที่เธอควรพยายาม      "การศึกษา"

สิ่งที่เธอควรเข้าหา      "นักปราชญ์"

สิ่งที่เธอควรฉลาด      "การเข้าสังคม"

สิ่งที่เธอควรนิยม      "ความซื่อสัตย์"

สิ่งที่เธอควรตัด      "อกุศลมูล"

สิ่งที่เธอควรเพิ่มพูน      "บุญกุศล"

สิ่งที่เธอควรอดทน      "การดูหมิ่น"

สิ่งที่เธอควรยิน      "พุทธธรรม"

สิ่งที่เธอควรจดจำ      "ผู้มีคุณ"

สิ่งที่เธอควรเทิดทูน      "สถาบันกษัตริย์"

สิ่งที่เธอควรขจัด      "ความเห็นแก่ตัว"

สิ่งที่เธอควรเลิกเมามัว      "การพนัน"

สิ่งที่เธอควรสร้างสรรค์      "สัมมาชีพ"

สิ่งที่เธอควรรีบเร่ง      "การแทนคุณบุพการี"

สิ่งที่เธอควรปฏิบัติทันที      "ทำวันนี้ให้ดีที่สุด"

 

 

 

อ่านอันแรกก็โดนเลย  สิ่งที่เธอควรมี....สติปัญญา   คิดอยู่นานเลยค่ะพระอาจารย์ ไม่แน่ใจว่า ตัวเองมีมากน้อยเท่าไหร่

 

สิ่งดีๆที่ได้รับ

posted on 17 Nov 2009 13:56 by jintanaking

ช่วงวัน สองวันที่ผ่านมา รู้สึกดีๆกับหลายๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง บางเรื่องก็ทำให้ได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ได้ทีเดียวเชียว

 

เรื่องแรกที่จะนำเสนอ : อย่างที่เกริ่นไว้ว่ามีเพื่อนๆ ( จริงๆต้องเรียกน้อง แต่ไม่เรียกหรอก ถ้าเรียกเราก็แก่สิ ) ในบล๊อกนี้มาเยี่ยมมาเยือนถึงบ้าน แถมมีของติดไม้ติดมือมาฝาก เป็นหนังสือเล่มขนาดพอดีมือเชียว

 

รู้ว่าเราชอบหนังสือเลยเอามาฝาก ทีหลังเอาของกินบ้างสิ อิอิ ชอบเหมือนกัน ว่าแต่สงสัยมั๊ยว่าเป็นใคร อยากจะเดากันมั๊ยหล่ะ เดาเล่นๆก็ได้นะ ถ้าขี้เกียจก็ไม่ต้องเดา ปวดหัวเนอะ

แต่...ถ้าเดาถูกเจ้าของหนังสือเล่มนี้เขาอาจจะมีรางวัลก็ได้นะ ใครจะรู้

 

แต่..มีข้อแม้อีกหล่ะ คนที่รู้แล้วก็ไม่ต้องเดานะ บอกได้เลย

 

หนังสือเล่มนี้ของ "วินทร์ เลียววาริณ" เรื่อง  "มังกรเซน หนังสือเซนสามัญประจำบ้าน" บอกกับเจ้าของหนังสือว่า "วินทร์"เนี่ยทำให้เราได้ปวดหัวมาแล้ว เดี๋ยวจะทดลองอ่านดู จะมีอาการปวดหัวอีกหรือเปล่า

^_^ ก่อนฝึกเซน แม่น้ำเป็นแม่น้ำ ภูเขาเป็นภูเขา

^_^เมื่อปฎิบัติเซน จะเห็นว่า แม่น้ำไม่ใช่แม่น้ำ ภูเขาไม่ใช่ภูเขา

^_^เมื่อบรรลุธรรม แม่น้ำก็เป็นแม่น้ำ ภูเขาก็เป็นภูเขา

 

พอวันรุ่งขึ้น ญาติๆกันโทรมาคุยว่า มีหนังสือจะให้อ่านเล่มหนึ่ง อ่านแล้วร้องไห้น่าดู เลยอยากให้เราร้องไห้ด้วย แอ๊ะยังไงพออ่านแล้วนึกถึง เพื่อนคนหนึ่งมีความรักเกิดขึ้นในโลกออนไลน์

บทนำของหนังสือเล่มนี้บอกว่า " บางครั้งคนที่เรารัก กับคนที่เราร่วมชีวิต อาจไม่ใช่คนๆเดียวกัน" เอาเป็นว่าจะลองอ่านดูแล้วกันว่า จะร้องไห้เปล่า

 

จริงๆตั้งใจว่าวันนี้จะเขียนเรื่องที่มีเพื่อนๆใน exteen มาหาถึงบ้านแล้วก็มีของติดไม้ติดมือมาฝากทำให้เราถึงกับอึ้งไม่น่าเชื่อว่า จะรู้ใจขนาดนั้น

 

แต่มีเรื่องที่ต้องลงก่อน ก่อนที่จะ......จะอะไรก็ไม่รู้หล่ะ จะบอกว่าไปเที่ยวครั้งนี้สนุกมาก แล้วครั้งนี้ก็เสียตังส์ไม่มาก เหมือนที่ไปทุกครั้ง

 

เริ่มเลยไปกัน  ให้ที่บ้านขับรถไปส่งเพราะคิดว่า ไม่มีที่จอดแน่นอน ออกจากบ้าน 4 โมงเย็น ขึ้นทางด่วนไปลงยมราช พอเห็นพานที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รถก็ติดสุดๆ ก็เลยบอกที่บ้านว่า ลงตรงนี้ดีกว่า เดินดีที่สุด ส่วนรถไปหาทางกลับรถแล้วหาทางกลับบ้านเอาเอง ฮิฮิ

 

   เดินจากอนุสาวรีย์จนถึงสนามหลวง คนเยอะมากกกกก สนุกดี

ตอนอยู่บนทางด่วน

 

@ ต้านศัตรู@
       
       @ นี่ไม่ใช่ลัทธิ “ชาตินิยม”
       ไม่ใช่เรื่อง ปลุกระดม ขึ้นเข่นฆ่า
       ไม่ใช่เรื่อง คลั่งชาติ ไม่พัฒนา
       ไม่ใช่เรื่อง อมาตยา บ้าชนชั้น
       
       หากเป็นเรื่อง เอกราช อธิปไตย
       ศักดิ์ศรี ความเป็นไท ใช่ทาษนั่น
       ล่วงละเมิด หมิ่นหยาม สิ่งสำคัญ
       ไม่เคารพ กันและกัน บั่นไมตรี
       
       ผิดไม่ยอม รับกรรม ที่ทำผิด
       กลับตะบิด ตะแบงไป ในทุกที่
       ตั้งเข็มผิด ก็ผิดไกล ไปทุกที
       เงินชั่วชี้ ชั่วช้า สาริยำ
       
       หนึ่งนายทุน ทรราช ฉกาจกล้า
       สองขุนศึก เฒ่าชรา บ้าระห่ำ
       สามเจ้าตั้ง ศักดินา ออกหน้านำ
       สามศัตรู ขู่ขย้ำ ประเทศไทย
       
       ต้องร่วมมือ กำหมัด ขจัดมาร
       ต้องร่วมต้าน ร่วมสู้ ศัตรูใหม่
       ต้องเป็นใจ เดียวกัน ประสานชัย
       ต้องขับไล่ อันธพาล เผาบ้านเมือง
       
       สามัคคี คนไทย ที่ใจไท
       ไม่ยอมให้ ศัตรู มาขู่เขื่อง
       ความเป็นธรรม ต้องสำแดง ให้แรงเรือง
       ร่วมปลดเปลื้อง อยุติธรรม งำแผ่นดิน!
       
       เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์
       พฤ.๑๒/๑๑/๕๒. 

 

ตั้ว ศรัณยู ขึ้นมาอ่าน เรียกเสียกได้ดังมาก

ทีแรกวางแผนไว้ว่า ตอนกลับจะนั่งแท๊กซี่ พอมาคิดอีกที "หลายบาทเหมือนกันนะ" จากสนามหลวงถึงวัชรพลเนี่ย เอาใหม่จะทดลองนั่งรถเมล์ดู แต่เอ...แล้วสายไหนมันผ่านบ้านวะเนี่ย ก็เลยเดินไปหน้า ม.ธรรมศาสตร์อ่านข้างรถเมล์ว่ามันไปทางไหนบ้าง

เจอแล้วสายนี้ไปรังสิต สาย 503  อ่านข้างรถบอกว่าไปสะพานใหม่นี่หว่า เอาวะไปลงสะพานใหม่ก็ได้ เดี๋ยวนั่งแท๊กซี่กลับมาวัชรพลก็ได้ คิดได้ดังนั้นก็กระโดดขึ้นเลย บอกกระเป๋าว่า ลงสะพานใหม่  22 บาทเอง คิดไม่ออกว่ารถมันจะวิ่งไปทางไหน ทีแรกคิดว่าวิ่งสายวิภาวดี แล้วมาทางราชฏัชพระนคร อ้าวไม่ใช่นี่ ได้ยินกระเป๋าบอกว่า ป้ายวัดพระศรีค่ะ  เอาวะ..ลงป้ายนี้ก็ได้ แล้วต่อแท๊กซี่ 60 บาทถึงบ้านพอดี

นับว่าเป็นการเที่ยวที่ถูกมาก   

กลับมาถึงบ้าน ดูข่าว " เกือบไปแล้วตรู"

 

คราวหน้าค่อยเขียนเรื่องประทับใจที่เพื่อนใหม่ในบล๊อกเอามาฝาก

Tags : ภาพประทับใจ

posted on 13 Nov 2009 15:57 by jintanaking

รับ tags : ภาพประทับใจ..มาจาก คุณกระเจียว & คุณน้องปอ ค่ะ..

 

แปะ กติกา ให้เค้าด้วยนะ

1. ให้คุณนำภาพที่คุณ ประทับใจ มาอวด 1 ภาพ

2. บอกชื่อภาพ ,สถานที่ และ เหตุผลที่ทำให้คุณประทับใจ มาด้วยนะ

3. อย่าช้า จะรออ่าน

4. อย่าลืม ส่ง Tags ให้ชาวบ้าน ในหมู่บ้าน Exteen ด้วยล่ะ

 

 

ชื่อภาพ :  กาลครั้งหนึ่งนานนนนนนนนนนมาแล้ว 

 

สถานที่ :  สถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี

 

เหตุผลที่ประทับใจ : ดูดีกว่าทุกรูปที่เคยถ่ายมา 555++

 

ไป ไป ดูรูปกันได้แล้ว       

^    

 

 

 

^               

 

 

 

^                               

 

 

 

 

 

!!!  มันดูดีตรงไหนเนี่ย  !!!

 

 

 

 

ขออนุญาตส่งต่อ tags ภาพประทับใจ ให้ ท่านต่อไปนี้ ล่ะกันค่ะ.. 

คุณโยเกริต์....คุณแม่ดาวรัน..คุณนกจร...คุณน้องแต ฯลฯ...นะค่ะ..

 

 

 

 

คิดบวก ชีวิตบวก

posted on 12 Nov 2009 07:11 by jintanaking

 

วันนี้ไปหาหนังสืออ่าน ตามเพื่อนแนะนำ "กระบี่ไม้ไผ่" แต่ไม่มี กลับได้เล่มนี้มาแทน  

 

           เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ

           เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ


           เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต

    
           เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)


           เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ

   
           เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย


           เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต


           
เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า  
          นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี


           
เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง


           
เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ


           
เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง


           
เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม

           เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์


           
เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด


           
เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือบททดสอบที่ว่า "มารไม่มีบารมีไม่เกิด"


           
เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม "ในวิกฤตย่อมมีโอกาส"


           
เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต


           
เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า 
          นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์ 




 

 

จากหนังสือของท่าน ว.วชิรเมธี เรื่อง " Love Analysis มหัศจรรย์แห่งรัก" ยังไม่ได้อ่านข้างในเลย อ่านปกหลังก่อน เจอเป็นโปสการ์ดหลายเรื่อง แต่หยิบเรื่องนี้มาก่อน หวังว่าคงชอบกันนะคะ

กับดักของความเกลียดชัง

posted on 11 Nov 2009 13:47 by jintanaking

 

วันนี้ฝนตกแต่เช้า ไม่ได้ออกไปเดิน ฆ่าเวลาโดยการหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่าน 

ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง "ความเกลียดชัง" นับเป็นอาวุธที่แหลมคมและอันตรายยิ่งกว่ารถถัง ระเบิด และของมีคมทุกชนิด แต่มีสักกี่คนที่ตระหนักถึงมหันตภัยของไวรัสแห่งความรุ่นแรงนี้

 

นักการเมืองพยายามที่จะแก้รัฐธรรมนูญ โดยพวกเขาหลงลืมไปว่า บางทีเมื่อแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว พวกเขาไม่สามารถแก้ความเกลียดชังออกจากหัวใจคนไทยได้อีกเลย ความเกลียดชังที่แผ่ซึมไปในหัวใจของคนไทยที่ถือหางพรรคการเมืองและนักการเมืองต่างกัน คือ ระเบิดเวลาที่รอจังหวะระเบิด

 

น่าเศร้าที่เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ทว่านับวัน เรากลับเกลียดคนที่เราไม่เคยรู้จัก ไม่เคยทะเลาะ ไม่เคยขัดแย้งได้อย่างง่ายดาย เพียงเพราะเขาเหล่านั้น รักและศรัทธาพรรคและนักการเมืองต่างไปจากเรา

 

ผู้รู้คนหนึ่งกล่าวไว้ว่า " หากคุณมีปืนอยู่ในมือ คุณฆ่าคนได้อย่างดีก็เท่าจำนวนกระสุน แต่หากคุณมีความเกลียดชังอยู่ในมือ คุณสามารถฆ่าคนได้ไม่จบสิ้น" ความเกลียดชัง จึงเป็นอาวุธมหาประลัยที่ร้ายแรงเสียยิ่งกว่าอารุธปรมาณู

 

หากเรายังไม่หลงลืมประวัติศาสตร์  เราคงยังจำได้ว่า ฮิตเลอร์ ซึ่งเกลียดชาวยิว ได้ฆ่าคนยิวไปกว่า 6 ล้านคน 

พอลพตเคยบ้าอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ จึงเข่นฆ่าชาวเขมรด้วยความเกลียดชังไปกว่า 2 ล้านคน พระสงฆ์ นักวิชาการ ปัญญาชนอีกนับไม่ถ้วนต้องลี้ภัยสงครามกลางเมืองเหมือนตกนรกทั้งเป็น

 

พออ่านพอเขียนมาถึงตรงนี้ หยุดอ่าน หยุดเขียน แล้วพูดกับตัวเองขึ้นว่า

ท่าน ว.คะ ดิฉันขอยังไม่ปฎิบัติตามคำสอนของท่านสักเรื่องนะคะ ณ ตอนนี้ขอเกลียดคนๆหนึ่ง ไม่ใช่สิ คงจะ 2 คนขึ้นไปแบบเขาไม่เคยเห็นหน้าเรา  ไม่เคยทะเลาะ ไม่เคยอะไรนี่หล่ะค่ะ แต่คน 2 คนนี้มันทำให้ดิฉันเจ็บใจ แค้นใจค่ะ ขอสักวันนะเจ้าคะ