อยากไปอีก....หลีเป๊ะ 1.

posted on 27 May 2012 11:05 by jintanaking
 
ตื่นมาขอกินก่อนอันดับแรก อาหารเช้ามื้อแรกที่หลีเป๊ะ
 
 
กินไปชมวิวไป ฆ่าเวลาที่นัดกับเรือจะพาไปดำน้ำ นัดไว้ 2 โมงครึ่ง
 
 
หนังท้องตึงแต่เช้า อิ่มมาก ใจจริงอ่ะกินเผื่อกลางวัน
 
 
 
จุดดำน้ำแรก ซึ่งจำไม่ได้ค่ะว่าเรียกว่าอะไร เพราะไปเยอะจนสับสน เอาเป็นว่ารวมๆแล้วกันนะคะ ถ่ายรูปมายืนยันว่าน้ำใสมาก
 
 
มาถึงเกาะหินงามเกือบๆเที่ยงแล้วมั้ง...หินงามสมชื่อจริงๆ ที่นี่หล่ะที่ใครมาก็จะมาเอาหินซ้อนๆกัน แต่เราไม่ได้ทำ มันหมดวัยแล้ว....
 
 
หมดวัยจริงๆ.......
 
 
 
ไปดำอีกหลายที่  สนุกมาก น้ำใสมากๆ จะบอกว่าข้าพเจ้าว่ายน้ำไม่เป็นนะครับ แต่พอได้ลงไปดำดูปะการังแล้ว ลืมตายเลย เพลินจนเลิกกลัว ได้เจ้าห่วงยางนี่หล่ะ เกาะไว้ตลอด คนขับเรือก็ใจดี ดึงไปไม่มีบ่น
 
 
พอจะจำได้ว่ามาแวะกินข้าวที่เกาะนี้ ชื่อเกาะอาดัง-ราวี  สวยมากเลย
 
 
 
แหงะ.....พอหนังท้องตึง หนังตาก็หย่อน หลับเอาแรง 1 งีบ
 
 
ไปต่อ.....55555+++ รูปนี้เหมือนกำลังจะจมน้ำ แล้วโบกมือขอความช่วยเหลือ
 
 
น้ำใสมากกกกกก.......
 
 
ห่วงยางคู่กาย......
 
เดี๋ยวจะรวบรวมรูปเฉพาะใต้น้ำมาให้ดูกันนะคะ ขอเวลาไปคลำมันก่อน...ก็คนโลเทคนี่นา ต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป...โปรดให้อภัยนะคะ
 
 
 
 
 

อยากไปอีก....หลีเป๊ะ

posted on 21 May 2012 12:03 by jintanaking
ไม่รู้เป็นอะไร เขียนเรื่อง หลีเป๊ะ สองรอบแล้ว ลงรูป อะไรเรียบร้อย พอ publish กลับไม่มีรูป ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายถ้าไม่มีขึ้นรูป ก็จะไม่เขียนเรื่องนี้แล้ว....งอน
 
ทริปนี้ตั้งแต่ พ.ย.ปีที่แล้ว ตั้งแต่ 21 - 27 พ.ย. ครั้งนี้รู้สึกว่าได้ไปทะเลจริงๆซะที
 
ตื่นกันตั้งแต่ตี 4 เพื่อที่จะไปสนามบิน ไฟล์ 6 โมงเช้า แล้วมันก็มีเรื่องเล่า ตอนแรกเลย เครื่องต้องออกที่ดอนเมือง คราวนี้ดอนเมืองน้ำท่วม เลยต้องย้ายไปสุวรรณภูมิ  ยืนยันเรียบร้อยว่าบินเวลานี้แน่นอน แต่ตอนไปเช็คตั๋ว พนักงานทำหน้า งง บอกว่า ไม่มีเที่ยวบิน ต้องไปตอน 9 โมงเช้า ถึงจะมีเครื่องบินไปหาดใหญ่ ก็เลยต้องไปติดต่อกับเคาน์เตอร์เขา เช็คไปเช็คมา ก็โทษกันไป โทษกันมา ทางดอนเมืองก็โทษสุวรรณภูมิ สรุปเราต้องรอบินเที่ยว 9 โมงเช้า พอดีกับทางที่พักโทรมาคุยเรื่องรถที่จะส่งมารับ ก็เลยนัดเวลากันใหม่.....ฯลฯ
 
กว่าจะได้บินก็ 9 โมงเช้า จะถูกจะแพงขอแดงเข้าไว้ ชอบวัตถุสีแดงนะคะ ขอย้ำ ไม่ได้ชอบคนเสื้อแดง
 
ไปกับเนี่ย........
 
 
ถึงหาดใหญ่ ฝนตกค่ะ กว่าจะลงได้ บินวนอยู่หลายรอบเหมือนกัน อิอิ..หนีน้ำท่วมจากกรุงเทพ มาเจอน้ำท่วมที่หาดใหญ่
 
 
รถตู้ของที่พักที่หลีเป๊ะมารับที่สนามบินหาดใหญ่ รถสวยมาก นั่งสบาย แล้วเขาก็พามาส่งที่นี่เลย ปากบารา จังหวัดสตูล ฝนตกตลอดทาง ที่นี่ร้านโรตีอร่อยมาก แวะกินก่อนไปรอขึ้นเรือ
 
 
รอเรือที่ปากบารา นานมาก  จริงๆถ้าเราได้มาเที่ยวเช้า เราจะได้ไปเรือเที่ยวแรก แล้วเขาจะพาแวะเกาะตะรูเตา แต่ตอนนี้มันเที่ยงแล้ว เลย อดแวะ
 
 
ถึง หลีเป๊ะ ก็โพล้เพล้แบบนี้หล่ะ เจ้าหน้าที่ของที่พักมารับถึงเรือเลย แล้วก็พาไปที่พัก
 
 
พักที่นี่ค่ะ บันดาหยา รีสอร์ท ดีมากค่ะ ......
 
วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะ เขียนมาก เดี๋ยวพอ publish อาจรูปไม่ขึ้นอีก  คราวหน้าจะพาไปดำน้ำค่ะ เอาให้ ดำ กันไปข้างหนึ่ง....
 
 
  วันหนึ่งขณะที่เด็กชายอะลาดินกำลังทำสวนพรวนดินอยู่ เขาขุดลงไปในดินก็เจอของแข็งๆ ปรากฏว่าเป็นตะเกียงโบราณ อะลาดินดีใจมาก เขาเห็นว่าตะเกียงเปื้อนโคลน จึงเอาผ้ามาเช็ดถูทำความสะอาด ขณะที่ถูไปถูมา จู่ๆก็มีควันออกมาจากตะเกียง และควันก็กลายเป็นยักษ์ตัวเบ้อเร่อ เจ้ายักษ์ลงมากราบเท้าอะลาดินแล้วพูดว่า
 
  "เจ้านาย วันนี้เจ้านายได้ช่วยให้ข้ามีอิสระ ข้าขอขอบคุณ เจ้านายต้องการอะไร บอกมาเลย ข้าจะทำให้ทุกอย่าง แต่มีข้อแม้อย่างเดียว ถ้าเจ้านายไม่ใช้ข้าเมื่อไหร่ ข้าก็จะกินเจ้านาย"
 
   อะลาดินคิดไปคิดมา โอ้โห เมื่อเราได้เจ้ายักษ์มารับใช้เรา เราคงร่ำรวยมหาศาลเลย เราไม่กลัวหรอก เราจะใช้มันตลอดเวลา ไม่ให้มันว่าง อะลาดินก็ตอบตกลงกับเจ้ายักษ์
 
   " ตกลง ข้าจะรับเจ้ามาเป้นคนรับใช้ของข้า"
 
 เจ้ายักษ์ก็เตือนว่า "อย่าลืมนะเจ้านาย ถ้าเกิดเจ้านายไม่ใช้ข้าเมื่อไหร่ ข้าจะกินเจ้านาย" อะลาดินรับคำ และเริ่มสั่งการ
 
     "นี่!! เจ้ายักษ์ ข้าอยากได้บ้านหลังใหญ่ๆ เป็นที่พักอาศัยของข้า" ทันทีทันใด เจ้ายักษ์ก็กระดิกนิ้งชี้ไป เกิดบ้านหลังใหญ่ขึ้นมาเลย อะลาดินตกใจ นึกว่าเจ้ายักษ์จะต้องใช้เวลาสัก 2-3 ปี ในการก่อสร้าง ที่ไหนได้ แค่กระพริบตาเดียว ก็เลยต้องสั่งต่อ เพราะกลัวเจ้ายักษ์จะมากิน
 
 
   "นี่!!เจ้ายักษ์ จงสร้างสะพานข้ามลำธารตรงนี้ไป" เจ้ายักษ์ก็นิมิตรออกมา
   "เจ้าจงทำสวนให้สวยงาม" เจ้ายักษ์ก็นิมิตรสวนที่สวยงามขึ้นมา ไม่ว่าเขาจะสั่งอะไร เจ้ายักษ์ก็เนรมิตรออกมา.......เนรมิตรออกมา
 
 
   ตอนนี้เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว อะลาดินพูดไม่ออกแล้วว่าเขาอยากได้อะไร ก็สั่งไปเยอะแล้วนี่ ดึกมากแล้วอะลาดินเริ่มหมดแรง แต่ก็กลัวว่าเจ้ายักษ์จะมากิน อะลาดินจึงคิดหาอุบายให้เจ้ายักษ์มีงานทำตลอดเวลา....พอคิดได้ก็สั่งเจ้ายักษ์ว่า...
 
   "จงสร้างเสาสูงๆขึ้นมา" เจ้ายักษ์ก็เนรมิตรเสาสูงๆขึ้นมา
 
   "เจ้ายักษ์ เจ้าจงปีนขึ้นไปข้างบน แล้วปีนลงมาข้างล่าง ปีนขึ้น ปีนลง ปีนขึ้น ปีนลง ปีนขึ้น ปีนลง ห้ามหยุดนะ"
 
เจ้ายักษ์ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านาย
 
     "ห้ามหยุดนะ ขึ้นลงอยู่บนเสาเนี่ย เดี๋ยวข้าจะไปนอนก่อน พอถึงพรุ่งนี้เมื่อไหร่จะเรียกให้เจ้าลงมาทำอาหาร พอข้าไม่ต้องการใช้เจ้าเมื่อไหร่ ก็จะให้ปีนขึ้นไปอยู่บนเสานั่นแหละ
 
 
ด้วยวิธีนี้อะลาดินจึงสามารถอยู่อย่างมีความสุขได้ตลอดไป.....นิทานเรื่องนี้ ...
 
สอนให้รู้ว่า ??????
 
 
 
 

ดองได้ที่

posted on 18 May 2012 11:11 by jintanaking
 
ช่วงนี้ไม่รู้เป็นไร เบื่อง่าย หงุดหงิดง่าย เซ็งบ่อย โมโหง่าย ปากจัดขึ้น เป็นไรเนี่ย
 
 

ขอเนียนมั่ง.....ได้เปล่า??

posted on 27 Jan 2012 14:43 by jintanaking
 
 
 
 
 
ก็อยากมีเรืองลงบล๊อกวันสุขมั่งอ่ะ
 

โชคดี โชคดี โชคดี

posted on 20 Jan 2012 22:29 by jintanaking
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

วันสุดท้ายของปี 2554

posted on 31 Dec 2011 05:36 by jintanaking
 
ไม่มีอะไรมาก แค่อยากมาสวัสดีวันสุดท้ายของปี 2554
 
 
แล้วก็สวัสดีปีใหม่
 
 
 
ไม่เจ็บ ไม่จน ทุกคนเลยนะคะ

วัน ซวย......2

posted on 14 Dec 2011 13:15 by jintanaking
 
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซวยมาก อีกเรื่องหนึ่ง......
 
รับโทรศัพท์จากเบอร์แปลกๆ..( อีกแล้ว) แล้วมันก็พูดเหมือนเดิมๆอีกแล้ว....
 
"คุณมียอดค้างชำระบัตรเครดิต........ฯลฯ ฟังซ้ำกด 0 ติดต่อ พนักงาน กด 9
 
แน่นอนค่ะ จขบ. กด 9 เพื่อต้องการจะด่า...จริงๆ เพราะจะเกลียดมากกับพวกหลอกลวง แต่ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าจะด่ายังไงดี กำลังคิดคำด่าขณะที่รอพนักงานทางนั้นรับสาย
 
มันดันมารับสายเร็วกว่าที่เคย เลยคิดไม่ทันว่าจะด่ายังไง....
 
"ฮาโหล.....ฮาโหล....เสียงผู้หญิงรับสาย เสียงดังฟังชัด มีเสียงเหมือนอยู่ในออฟฟิต มีเสียงพูดคุย
 
"ฮาโหล...ฮาโหล....เสียงผู้หญิงคนนั้นย้ำ....ติดต่อเรื่องอะไรค้า.....
 
จขบ.กำลัง งงๆ เรื่องคิดหาคำที่จะด่าเขาอยู่ พูดออกไปว่า "ก็เห็นให้ติดต่อพนักงานเลย กดเข้ามา" ตอนนั้นมันนึกอะไรไม่ออกจริงๆ
 
"ไม่ทราบคุณทำธุระกิจเกี่ยวกับอะไรคะ" จขบ.ถาม ซึ่งจริงๆไม่รู้จะไปถามมันทำไม ซึ่งมันก็คงจับจุดได้มั้ง หรือคงเคยโดนชาวบ้านที่มันสุ่มไปหลอก ด่ามาเยอะมันเลยรู้ว่า...เสียงไหน... ฉลาด เสียงไหน...โง่
 
 
 
 
" อ๋อ..ทำธุระกิจเกี่ยวกับขายโลงศพค่ะ สนใจจะรับมั๊ยคะ" เสียงมันดังมาก...จขบ.ตกใจ เฮ้ย นี่เราจะด่ามันหรือมันจะด่าเรา (วะ)
 
"เอ้อ..ขอรับสัก 2 โลงนะคะ เอาไว้ใส่ พ่อกับแม่คุณ " พูดแบบธรรมดามาก เสียงไม่ดัง แต่ใจเต้นแรงมากเลย
 
แค่นั้นหล่ะค่ะ ยายคนปลายสาย ใส่เป็นชุด เสียงดังมาก แต่ไม่รู้มันพูดอะไร เพราะพอพูดเสร็จก็เอาโทรศัพท์ออกห่างจากหู แต่ไม่ได้วางสาย ปล่อยให้มันพูดๆๆๆๆๆๆไป แล้วเราก็เดินไปขายของต่อ
 
เชื่อเถอะ...เราต้องได้ยินข่าวที่ชาวบ้านถูกหลอกให้โอนเงินไปอีกนาน....
 
 
 

วัน ซวย......

posted on 12 Dec 2011 14:26 by jintanaking
จริงๆเรื่องนี้ไม่ใช่ ซวย ที่ 1 แต่เป็น ซวย ที่อยากเล่าก่อน.....
 
วันนี้ ต้องไปธนาคาร...ดอกบัว...เพื่อฝากตังให้เสด็จเตี่ย ไปถึง จขบ.ยังไม่ได้กดบัตรคิว เดินไปเขียนในนำฝากก่อน พอเขียนเสร็จก็เจอป้าคนหนึ่งกำลังอยู่ที่เครื่องกด และกำลังสงสัยว่า กดตรงไหน จขบ.ก็กดให้คุณป้าก่อน โดยได้หมายเลย 095 แล้ว จขบ.ก็กดของตัวเองได้หมายเลข 096 สักพักเสียงอัตโนมัติก็เรียกเบอร์คุณป้าให้ไปดำเนินการ....ใช่ค่ะ...ดิฉันจะ เป็นรายต่อไปที่จะได้ใช้บริการของแบงค์นี้
 
แต่.......
 
มี ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามานั่งข้างๆ จขบ. โดยที่เจ้าหล่อนไม่ได้ กด บัตรคิวแต่อย่างใด....พอป้าคนนั้นเสร็จ ข้าพเจ้าก็เตรียมจะไปที่เคาน์เตอร์ ถ้ามีเสียงเรียก.....แต่......
 
 
นัง ผู้หญิง (ตอนนี้ต้องเรียก นัง) ลุกขึ้นพร้อมกับยกกระเป๋าผ้าใบใหญ่ไปด้วย หล่อนเดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ที่มีพนักงานทำอยู่แค่คนเดียว ย้ำคนเดียว นอกนั้นกำลังหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่....
 
ไอ้ เราก็คิดว่า พนักงานขายเครื่องสำอางค์หรือไม่ก็ขายของอื่น เอาของมาให้เจ้าหน้าที่ธนาคาร ก็ใจเย็นไม่ว่ากัน เดี๋ยวคงเสร็จ แต่......เจ้าหน้าที่ธนาคารกุลีกุจอเอาใบนำฝากมาให้ หล่อน เขียนถึงเคาน์เตอร์ และได้ยินเสียงเครื่องนับเงินทำงาน
 
นี่เราโดนแซงคิวรึนี่.....เสียงเครื่องนับเงินยังคงทำหน้าที่ของมันต่อไป....พรื้ดๆๆๆๆๆๆๆๆ นานมาก เพราะเงินเยอะมาก 
 
ตอน นี้มีผู้ชายมาดเสี่ยคนหนึ่งเดินเข้ามาและ กด บัตรคิว มีเจ้าหน้าที่ผู้ชายคนหนึ่งวิ่งถลาออกมาจากห้องของตัวเองที่เขียนไว้ว่า ผู้จัดการ พร้อมกับพูดกับผู้ชายมาดเสี่ยว่า
 
" กดทำไมครับ..ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการให้ "
 
ณ.ตอน นี้ จขบ ลุกขึ้นเตรียมขย้ำทันที ตาเริ่มขวาง ลมเริ่มออกหูนิดๆ.....อะไรวะ พอดีกะน้องสะไภ้โทรมาหาขอให้ซื้อของให้ แต่น้องสะไภ้ก็จับน้ำเสียงไม่สู้ดีของ จขบ.ได้ ถามว่าเป็นอะไร ? จขบ.ก็ได้ที เดินไปตรงเคาน์เตอร์ที่ นัง ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ พร้อมพูดว่า
 
" กำลังอารมณ์ไม่ดี  เนี่ยพี่อยู่ธนาคาร.....คนมันเสือกแซงคิว รอนานมาก ยังโดนแซงคิวอีก"
"อ้าวทำไมพี่ไม่บอกหนูว่าพี่จะไปธนาคาร....เดี๋ยวหนูจัดการให้ แค่นี้นะพี่" แล้วน้องสาวก็วางหูไป
 
แป๊บ เดี๋ยว จขบ.ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ผู้ชายที่วิ่งไปหาเสี่ยนั่น ดังขึ้น อีตาผู้จัดการคนนั้นรับ พร้อมกับเดินไปมาแล้วพูดว่า "อยู่ไสหล่ะ สิเห็นบ่น้อ เออๆเดี๋ยวข้อยสิจัดการให้"
 
( อดขำไม่ได้ตั้งแต่ได้ยินคำแรกว่า อยู่ไสหล่ะ แล้วแต่แสดงออกไม่ได้เดี๋ยวเขาไม่รู้ว่าโกธร)
 
"ใคร ชื่อ จินตนา ครับ" ตาผู้จัดการตะโกนถาม...เรายกมือเพื่อแสดงว่า..ชั้นยืน (หัวโด่) อยู่ตรงนี้ (จริงชาวบ้านเขานั่งกันอยู่เพียบ จินตนาก็นั่งครับตอนแรก แต่พอเจอแซงคิว นั่งไม่ได้ ยืนหน้างอ คอหัก ให้มันเด่นไปเลย) ตาผู้จัดการเดินมาหาแล้วเอาสมุดฝากที่เราถืออยู่ไปอีกช่องที่พนักงานกำลัง คุยกันอยู่ (ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม ลูกค้าเยอะ แต่พนักงานธนาคารทำเป็นทองไม่รู้ร้อน)
 
"วันหลังมาหาผมเลยนะครับ"
 
"อ๋อ...ขอบคุณค่ะ แต่..... (จขบ.อึดอัดนะ อยากโวยตอนนั้นเลย แต่ยังให้เกียรติตาผู้จัดการอยู่บ้าง)
 
"ขอ ทำตามคิวนะคะ" เราบอกกับผู้จัดการ ขณะที่ นัง ผู้หญิงคนนั้นเสร็จพอดี เราก็เลยเดินเอาเอกสารเข้าไปวางที่เคาท์เตอร์เดิม.... ทำให้พี่เขาหน่อยนะ...ผู้จัดการพูด (จะบอกทำไมเนี่ย ถึงคิวตรูแล้ว มันก็ต้องทำสิ...วะ) เรายังไม่ยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ แต่ถามว่า
 
"คุณคะ ผู้หญิงคนเมื่อกี้มีบัตรคิวหรือเปล่าคะ" ....เห็นมั๊ยถึงจะอยู่บ้านนอก ก็พอจะมีสมบัติผู้ดีเหมือนกันนะ
 
"มี ค่ะ" เจ้าหน้าที่ตอบ....แค่นั้นหล่ะคะ สมบัติผู้ดีที่พอมีอยู่บ้างในตัว จขบ หายไปทันที วางมือเสียงดัง (เน้น..วางมือเท่านั้นนะคะ ไม่ใช่ตบโต๊ะ)
 
" ชั้น...พร้อมกับชี้ที่ตัวเอง เป็นคนกดบัตรคิวให้คุณป้าคนก่อน ได้คิวที่ 095 แล้วชั้นก็ได้คิวที่ 096 แล้วผู้หญิงคนนั้นคิวที่เท่าไหร่".....เสียงไม่รู้ดังหรือเปล่านะคะ รู้แต่ว่า ลมมันออกหู แล้วก็รู้สึกว่าสายตาของตาสี ตาสา ยายมา ยายมี จ้องมาที่อีชั้นเป็นตาเดียว
 
"ขอ โทษค่ะ" เจ้าหน้าที่บอก....สมบัติผู้ดีของ จขบ.เริ่มบอกว่าอย่าไปว่าเขาเลย สงสารเขา ซึ่ง จขบ.ก็เกือบจะเห็นด้วย....... ถ้า........เจ้าหน้าที่ไม่พูดต่อไปว่า "ก็เขาเป็นลูกค้า"
 
"อ้าว !!!!!!! แล้วที่นั่งหัวหงอก หัวดำ รออยู่เป็น ชม เนี่ย ไม่ใช่ลูกค้าเหรอ".....
 
"พี่เข้าใจนะ ว่าลูกค้าพิเศษของเรา เงินเยอะ เราถึงต้องบริการเขา แต่ทำไมมาทำกับลูกค้าคนอื่นแบบนี้"
 
"งั้น เราจะมีเครื่อง กดบัตรคิวไว้ทำซากอะไร ถ้าคิดจะบริการลูกค้ารวยๆ นู่นเลยค่ะน้อง ทำช่องขึ้นมาใหม่ แล้วก็ไปบริการกันเลย แต่อย่ามาทำแบบนี้"
 
"พี่ เข้าใจนะเงินของพี่ที่เอามาฝากวันนี้มันน้อยกว่าของกองนั้น ( มันน้อยจริงๆนั่นหล่ะ เงินของผู้หญิงคนนั้น กองประมาณ 1 ศอกได้ มีอยู่ประมาณ 10 ตั้ง) แต่..กฏที่น้องตั้งกันขึ้นมาให้ใช้ แล้วทำไมน้องมาทำลายกฏเสียเอง"
 
อีตาผู้จัดการยืนทำตาปริบๆ "ขอโทษครับ ขอโทษครับ คราวหลังมาหาผมเลยนะครับ"
 
อ้าว เฮ้ย ที่ตรูพูดไปป่าวๆเนี่ย ไม่เข้าหูพวกนี้เลยเหรอฟระ  คราวหน้าถ้าตรูมาหาผู้จัดการ แล้วมันจะต่างอะไรกับครั้งนี้ อาจจะต่างตรงที่ ไม่มีตาสี ตาสา ยายมี ยายมา ไม่ลุกมาโวยวายเพราะโดนละเมิดสิทธิ์
 
"พี่จะบอกว่า พี่จะไม่โกธรเลยถ้า คนเยอะและทุกคนก็มีบัตรคิว " จริงต้องการ ด่า ตาผู้จัดการมากกว่า
 
กลับมาบ้าน...เป็นเรื่องให้ทุกคนที่บ้านขำกัน...เพราะ จขบต้องแสดงท่าทางให้เหมือนกับตอนที่อยู่ธนาคาร...พร้อมกับพูดกับเสด็จเตี่ยว่า
 
" เนี่ย ถ้าเป็นบัญชีหนูเองนะ หนูปิดบัญชีเดี๋ยวนั้นเลย...จริงๆ"
 
 
 
อยาก รู้จัง ไม่ได้มีอคติอะไรกับธนาคารนี้นะ แต่ทุกๆสาขาของธนาคารนี้ บริการคล้ายกันหมด อยากรู้จัง พวกเขาไม่เคยไปใช้บริการของธนาคารอื่นกันเลยเหรอ น่าจะให้เป็นการบ้านให้ผู้จัดการสาขา ส่งพนักงานไปดูว่า พนักงานที่อื่นเขาทำงานกันอย่างไร ไม่ต้องไปไกล ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือกสิกรไทยก็ได้ เข้าไปสองแห่งนี้แล้วรู้สึก  ดี
 

 

สวัสดีคนดองปล๊อก

posted on 24 Nov 2011 08:36 by jintanaking

 ขออนุญาตมาก่อนนัดนะคะ เพราะวันพรุ่งนี้อีชั้นจะไปหวาดหวั่นอยู่ที่ไหน เลยรีบลงก่อน

วันนี้เรามีนัดกันใช่เปล่า...ได้ยินเสียงคุณตูดเป็ด ตีเกราะ เคาะไม้เรียก เลยแวะมาดู จะบอกว่าวันนี้ (ศุกร์ที่ 25 พย 54) กำลังอยู่ที่ลังกาวีค่ะ....
เล่าเรื่องสั้นๆดีกว่า ( แต่จริงๆมันยาวมาก....) เรื่องผจญภัยที่สุวรรณภูมิ
   ซื้อตั๋วเครื่องบินเรียบร้อย เครื่องออกที่ดอนเมือง 7 โมงเช้า....ตามแผนเดิม
แต่.............
น้องน้ำมาเที่ยวดอนเมืองซะก่อน คิดว่า สายการบินที่ไว้วางใจจะไม่มีปัญหา แต่เพื่อความไม่ประมาท โทรไปยืนยันสักหน่อย คำตอบคือ ที่ใหม่ เวลาเดิม....ที่ใหม่คือ สุวรรณภูมิ เวลา 7 โมงเช้าเหมือนเดิม ไม่ได้เช็คคนเดียวนะ โทรไปเช็ค 2 คน คำยืนยันก็คือ โอเคตามเดิม.....
(สายการบินที่ซื้อตั๋วจะเปลี่ยนสายการบินให้ เพราะเที่ยว 7 โมงที่สุวรรณภูมิไม่มี )
ให้ตายเถอะ...ตอนมาเช็คอิน นัง ( จริงๆน้องเขาเป็นผู้จายนะ) ที่เคาร์เตอร์บอกว่า คุณต้องไปเที่ยวบินเวลา 9 โมงเช้า.....ป้าดดดดดดดดดดดดดดด
ไปที่เคาร์เตอร์ของสายการบินนั้น (มัน)พูดดีมากกกกก....จนด่าไม่ลง เพราะคิดอีกที เขาก็ไม่รู้เรื่องอะไร เขาพยายามจะเปลี่ยนสายกรบินให้ แต่ทุกเคาร์เตอร์ปิดไปหมดแล้ว
สรุป.....ตรูต้องรอเที่ยวบิน 9 โมงจริงๆ
วันนั้นทั้งวันได้รับโทรศัพท์....ขอโทษ ขอโทษ ขอโทษ  ทางคอลเซ็นเตอร์ก็โทษทางสนามบิน ว่า ส่ง Fax มาแล้ว แล้วไม่ดำเนินการ ส่วนอีทางสนามบิน ก็โทษทางคอลเซ็นเตอร์ว่าไม่ได้แจ้งอะไร...????????
จะจำไว้.......อีนกนะอีนก......อุตส่าห์ไว้วางใจ
ไว้กลับมาก่อนนะค่อยลงรูปให้ดู....เพราะอีชั้นมิสามารถเลยค่ะ เรื่องไฮเทคนี่ไม่สามารถจริงๆ